รายชื่อสิ่งพิมพ์ใหม่ ห้องสมุดคณะนิเทศศาสตร์ อัพเดท มกราคม 2560

Standard

รายชื่อสิ่งพิมพ์ใหม่ ห้องสมุดคณะนิเทศศาสตร์ อาคาร 9 ชั้น 3 อัพเดท มกราคม 2560 (รวบรวมโดย ดร.นภารัตน์ พฤกษ์สุราลัย)

  • Art Square Magazine ฉบับ January 2016 Volume 05 No.27 (นิตยสาร)
  • จดหมายข่าว วช. (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ) ประจำเดือน กุมภาพันธ์-มีนาคม 2559 ปีที่ 11 ฉบับที่ 63 (จดหมายข่าว)
  • จดหมายข่าว วช. (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ) ประจำเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2559 ปีที่ 11 ฉบับที่ 64 (จดหมายข่าว)
  • Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) กุมภาพันธ์ 2559 ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 (นิตยสาร)
  • Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) มีนาคม 2559 ปีที่ 12 ฉบับที่ 3 (นิตยสาร)
  • Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) เมษายน 2559 ปีที่ 12 ฉบับที่ 4 (นิตยสาร)
  • Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) กรกฎาคม 2559 ปีที่ 12 ฉบับที่ 7 (นิตยสาร)
  • Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) สิงหาคม 2559 ปีที่ 12 ฉบับที่ 8 (นิตยสาร)
  • Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) กันยายน 2559 ปีที่ 12 ฉบับที่ 9 (นิตยสาร)
  • Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) ตุลาคม 2559 ปีที่ 12 ฉบับที่ 10 (นิตยสาร)
  • Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) พฤศจิกายน 2559 ปีที่ 12 ฉบับที่ 11 (นิตยสาร)
  • Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) มกราคม 2560 ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 (นิตยสาร)
  • นิเทศสยามปริทัศน์ ปีที่ 14 ฉบับที่ 16 ประจำปี 2558 (วารสารวิชาการ)
  • นิเทศสยามปริทัศน์ ปีที่ 14 ฉบับที่ 17 ประจำปี 2558 (วารสารวิชาการ)

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และวิทยานิพนธ์ หลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาด รุ่น 18 วันที่ 4-5 มิถุนายน 2559 ณ Buddy Oriental Riverside นนทบุรี

Standard

เรียบเรียงข้อมูลโดย อ.ดร.นภารัตน์ พฤกษ์สุราลัย และ อ.ดร.สุทธนิภา ศรีไสย์ 

คณะกรรมการจัดการความรู้ (KM) คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

         

          กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะกับนานาสาระที่คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งมุ่งหวังให้คณาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ของเรา สามารถนำความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสื่อใหม่และแบรนด์ ไปพัฒนาต่อยอดกับงานสอนและงานวิจัยในอนาคต….J

          เพิ่งผ่านพ้นกันไปสด ๆ ร้อน ๆ นะคะกับโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองและวิทยานิพนธ์ หลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาด รุ่น 18 ในงานนี้นอกจากจะเป็นโครงการที่จัดโดยหลักสูตรฯเพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำวิจัยของนักศึกษาแล้ว ยังผนวกเรื่องของ Research Lunch Talk ตอนที่ 2-3 และการจัดการความรู้เพื่อต่อยอดงานสอนและงานวิจัย (KM) ของคณาจารย์ เข้ามาในคราวเดียวกัน เรียกได้ว่ายิงกระสุนนัดเดียวได้นก 3 ตัวค่ะ ^^

เปิดงาน

ภาพที่ 1 เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

และวิทยานิพนธ์ หลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาด รุ่น 18

 

         ภายหลังจากกล่าวเปิดงานโดย อ.ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการแบ่งปันประสบการณ์การทำวิจัยและประสบการณ์การทำงานในสายงานวิชาชีพโดยวิทยากรสามท่าน ได้แก่ คุณสุนันทา เลิศสุวรรณศรี (ศิษย์เก่า MC13) Managing Director บริษัท Open-up Production House ในหัวข้อ ‘Smart & Smile กลยุทธ์ผ่านด่านวิจัย’ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาและอาจารย์เกิดแรงบันดาลใจในการทำวิจัย ต่อด้วยการนำเสนอหัวข้อ ‘การสร้างแบรนด์ทีวีผ่านสื่อใหม่ของ PPTV’ โดยคุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา (ศิษย์เก่า MC16) ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์ธุรกิจสื่อใหม่ PPTV ซึ่งเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมสื่อสารมวลชน (CI) ได้เป็นอย่างดี ตลอดจนช่วยให้ได้ไอเดียเกี่ยวกับประเด็นวิจัยด้านแบรนด์และสื่อใหม่ และคุณพีรณัฐ พิชญาธนกาญจน์ (ศิษย์เก่า MC8) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ.นิคอนไทย เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส ในหัวข้อเรื่อง ‘การสื่อสารแบรนด์เครื่องเสียง Sherman: จุดยืนปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารแบรนด์ไทย’ เพื่อขยายองค์ความรู้และได้ไอเดียเกี่ยวกับวิจัยทางแบรนด์เพิ่มขึ้น โดยในช่วงท้ายของแต่ละช่วง วิทยากรทั้งสามท่านได้เปิดโอกาสให้คณาจารย์และนักศึกษาร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานเป็นกันเอง คณาจารย์และนักศึกษาต่างได้ความรู้พกใส่กระเป๋ากลับไปใช้ประโยชน์ได้จริงมากมาย

วิทยากรสามท่าน

ภาพที่ 2 วิทยากรที่มาให้ความรู้แก่นักศึกษาในหลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาด รุ่น 18 

คุณพีรณัฐ พิชญาธนกาญจน์ (ซ้าย) คุณสุนันทา เลิศสุวรรณศรี (กลาง) และคุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา (ขวา)

         

          คุณสุนันทา เลิศสุวรรณศรี ได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาหัวข้อวิจัยโดยแนะแนวทางในภาพรวมเอาไว้ว่า การเลือกหัวข้อวิจัยรวมทั้งการตัดสินใจว่าจะเลือกทำสารนิพนธ์ (IS) หรือวิทยานิพนธ์ (Thesis) นั้น ให้พิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน อาทิ สามารถเชื่อมโยงให้ใกล้เคียงกับงานในสายอาชีพที่กำลังทำอยู่ได้หรือไม่ เพราะจะช่วยให้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ หรืออาจจะเป็นลักษณะหัวข้อวิจัยก่อเกิดจากความสนใจ หรือเกิดจากการอ่านหนังสือ ตำรา หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และงานวิจัยที่ผ่าน ๆ มา ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาเอกที่ศึกษา ทั้งนี้การตัดสินใจเลือกทำวิจัยเรื่องใดนั้นขอให้ตระหนักในเรื่องของคุณค่าของงานวิจัยทั้งต่อตนเอง และต่อผู้อื่น โดยเฉพาะองค์ความรู้ใหม่ ๆ ทางวิชาการ ทั้งนี้วิธีการได้มาซึ่งข้อมูลก็มาได้จากหลากหลายแหล่งไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด หนังสือ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะมาจากแหล่งข้อมูลไหน ผู้วิจัยต้องแน่ใจว่าแหล่งข้อมูลนั้นน่าเชื่อถือ และเวลานำมาใช้ก็ต้องมีวิธีการอ้างอิงที่ถูกต้อง ผู้วิจัยมือใหม่ควรสร้างระบบการจัดแฟ้มข้อมูล (Filing) เพื่อการอ้างอิง (Reference) เพื่อให้เวลาที่นำไปเขียนจะได้รวดเร็วและไม่ตกหล่น สำหรับข้อซักถามที่ว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้หัวข้อวิจัยในเรื่องที่มีความทันสมัยมาก ๆ คุณสุนันทาแนะนำว่า อาจจะเน้นไปที่หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจ หรือ Pocket Book ใหม่ ๆ ที่นักการตลาดเขียน สามารถช่วยให้เห็น Trend ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันได้

         สำหรับเรื่องของการสร้างแบรนด์ทีวีผ่านสื่อใหม่ของ PPTV คุณนันทสิทธิ์ นิตย์เมธา เล่าให้ฟังว่า PPTV ถือเป็นสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลที่วางตำแหน่ง (Positioning) ของตัวเองเป็น Premium Brand ทั้งนี้ส่วนงานที่รับผิดชอบจะมุ่งเน้นที่ 2C คือ Channel กับ Content โดย Channel ในที่นี้จะหมายถึง All Platform ซึ่งได้แก่ TV, Website, Mobile และ Social Media (เช่น Facebook, Line) ในส่วนของ Line ก็จะมีสติกเกอร์ Line ที่บอกตัวตนความเป็น PPTV ส่วนในแง่ของการผลิตเนื้อหา (Content) บนสื่อใหม่นั้น PPTV จะทำงานในลักษณะของ Partnership กับเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง เช่น แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันกับ Sanook.com กล่าวคือ PPTV จะแบ่งปัน Content ในเรื่องของข่าวให้แก่ Sanook.com ขณะที่ Sanook.com ก็จะแบ่งปัน content ให้ PPTV ในเรื่องของ Human Interest เป็นต้น

          ด้านคุณพีรณัฐ พิชญาธนกาญจน์ เล่าให้ฟังในส่วนของการสื่อสารแบรนด์เครื่องเสียง Sherman: จุดยืนปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารแบรนด์ไทยว่า แบรนด์ Sherman ถือเป็นแบรนด์เล็ก ๆ ของคนไทย โดยเป็นธุรกิจ B to C เกี่ยวกับเครื่องเสียง ได้แก่ ลำโพง, DVD, Home Theater, Microphone เป็นต้น บริษัทก่อตั้งมาเกือบ 30 ปี สินค้าต่าง ๆ จะมีการวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป เช่น Big C, เดอะมอล์ ฯลฯ และมีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา ฯลฯ คุณพีรณัฐถามผู้ร่วมฟังการบรรยายว่าเคยเห็นโฆษณาของ Sherman ทางสื่อมวลชนบ้างไหม และเฉลยว่า Sherman เป็นแบรนด์ที่ไม่ได้โปรโมตผ่านสื่อมวลชน แต่ก็เติบโตและติดตลาดอย่างต่อเนื่อง (รายได้ของแบรนด์ Sherman ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท) ทั้งนี้เพราะแบรนด์ Sherman เน้นที่ตลาดระดับกลาง มีการวางตำแหน่ง (Positioning) ภายใต้สโลแกนที่ว่า คุณภาพ ราคาจับต้องได้ (เครื่องเสียงตัวจริง พลังหนักแน่น) ที่ผ่านมาบริษัทเน้นการโปรโมตแบรนด์ผ่านการประชาสัมพันธ์กับการสื่อสารโดยพนักงานขายเป็นหลัก คุณพีรณัฐกล่าวทิ้งท้ายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัยว่า การทำวิจัยเกี่ยวกับแบรนด์หรือเรื่องต่าง ๆ นั้น สุดท้ายคือ ต้องรู้จริงในสิ่งที่ทำ และตอบผู้อ่านหรือผู้ที่สนใจในงานวิจัยชิ้นนั้นให้ได้ชัดเจน

          ในช่วงก่อนรับประทานอาหารเที่ยง เป็น Session ของการทำ Workshop ‘ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ปัญหาการสื่อสารแบรนด์ Sherman ด้วยวิจัย ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการวิจัยแบบการสนทนากลุ่ม (Focus group) ด้วยตนเองและเรียนรู้ลักษณะข้อมูลที่ได้มาจากวิธีนี้ ปัญหา อุปสรรคและวิธีการทำสนทนากลุ่มผ่านประสบการณ์ของตนเอง เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของการวิจัย โดยมีการแบ่งนักศึกษาออกเป็น 5 กลุ่มให้ร่วมกันวิเคราะห์ ดังภาพที่ 3

ภาพที่ 3 นักศึกษาในหลักสูตรปริญญาโทนิเทศศาสตร์การตลาดแบ่งกลุ่มวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค

และแนวทางการแก้ปัญหาการสื่อสารแบรนด์ Sherman ด้วยวิจัย

 

            ภาคบ่ายเป็นส่วนของ KM ระดมสมอง: ประเด็น ทฤษฎี และวิธีการวิจัยทางสื่อใหม่ แบรนด์ การสื่อสารการตลาดและหัวข้อวิจัยของตนเอง คณาจารย์แยกย้ายกันลงนั่งประจำกลุ่ม (รวมทั้งหมด 5 กลุ่ม) เพื่อรับฟังแนวความคิดและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทำวิจัยแก่นักศึกษา ดังภาพที่ 4

ภาพที่ 4 คณาจารย์รับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็น ทฤษฎี 

และวิธีการวิจัยทางสื่อใหม่ แบรนด์ การสื่อสารการตลาดกับนักศึกษา

 

          ผลของการระดมสมอง ทำให้นักศึกษาแต่ละคนสามารถระบุหัวข้อวิจัยที่ตนเองสนใจ และมีความเป็นไปได้ในการทำวิจัยในเบื้องต้น ดังนี้

กลุ่ม 1– Brand Personality/ Personal Brand

  • สมพิศ ศรีนาค เรื่อง การสื่อสารการตลาดโดยใช้ New Media กับผู้สูงอายุ
  • สุวลักษณ์ ก้องสมุท เรื่อง การวิเคราะห์อัตลักษณ์แบรนด์บุคคลผู้ประกาศข่าวช่อง 3
  • อนุชิต ลังสุ่ย เรื่อง การรับรู้บุคลิกภาพแบรนด์ซุปไก่สกัดผ่านพรีเซนเตอร์
  • เสฏฐวุฒิ แสงมาก เรื่อง การศึกษาบุคลิกภาพของแบรนด์ฟิตเนส Fit Junction
  • ชำนาญ พุทธทองศรี เรื่อง กลยุทธ์การสร้างตราสินค้าวงดนตรี Rock ในประเทศไทย
  • ธันยนันท์ ศักดิ์ผดุงกมล เรื่อง Personal Branding ของช่างแต่งหน้า

 กลุ่ม 2– องค์กร/รายการ/สื่อ

  • ศศิกานต์ กระทุ่มทอง เรื่อง กลยุทธ์การตลาด Connected TV ของไทยรัฐทีวี
  • วชิราภรณ์ นาสวน เรื่อง การใช้สื่อออนไลน์ของวอยซ์ทีวีในการ Engagement กับผู้บริโภคตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
  • อังคณา เนตรวิเศษ เรื่อง กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดองค์กร PEA ผ่านช่องทางออนไลน์และการรับรู้ของผู้บริโภค
  • สาวิตรี วิภาวัฒนะ เรื่อง พฤติกรรมการเปิดรับสื่อ Social Mediaกับทัศนคติที่มีต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเอกชนของนักเรียนชั้นม.ปลายในเขตกรุงเทพมหานคร
  • พัชญ์สลัญย์ พิมประดับ เรื่อง การรับรู้การสื่อสารการตลาดและการตัดสินใจขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ของนักลงทุนในจังหวัดชลบุรี
  • ณัฐชา เสนาบุตร เรื่อง การสื่อสารการตลาดรายการ ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย

 กลุ่ม 3– การท่องเที่ยว

  • สกนธ์ ตระกูลวงศ์บุญมา เรื่อง ความคาดหวังและความพึงพอใจต่อการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร
  • สโรชา ศิริตรัย เรื่อง การรับรู้การสื่อสารการตลาดงานไทยเที่ยวไทยของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร
  • ปัญญภัทร พรหมมาพันธุ์ เรื่อง การวิเคราะห์รูปแบบระบบปฏิบัติการMobile Application ของการจองโรงแรม/ที่พัก
  • กงแก้ว พิพัฒนชัยภูมิ เรื่อง การสร้างอัตลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดน่าน

 กลุ่ม 4 – แบรนด์สินค้า

  • พรเดือน พิมพ์บอลล์ เรื่อง การศึกษา Content Marketing ผ่านสื่อออนไลน์ของแบรนด์รองเท้ากีฬาของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร
  • ณฐกร จรูญโรจน์ เรื่อง การรับรู้และการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนแบรนด์ Vivo ของประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  • สุภาพร พัฒนะ เรื่อง การรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์แบรนด์แหวนเพชรของกลุ่มผู้บริโภค สตรีที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานคร
  • สิริศักดิ์ แสงทา เรื่อง ทัศนคติและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อแบรนด์เครื่องสำอางของสาวโรงงานในเขตนวนคร
  • นิธิพัฒน์ ราชแผ่นดิน เรื่อง ปัจจัยด้านโฆษณาชุด How brave we are we ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถ Honda HR-V ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
  • อนันต์ จันหาวงศ์ เรื่อง การวิเคราะห์ข่าวรถยนต์

 กลุ่ม 5ความสนใจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง/อาหาร

  • ฐนิตา ม่วงสีใส เรื่อง การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของผู้รักสัตว์เลี้ยงผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ
  • ปัณฑิตา โอภาสโศภณ เรื่อง เนื้อหาการตลาดบนเฟซบุ๊กของโรงแรมแมวที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการในเขตกรุงเทพมหานคร
  • ศิดานุช กิตติเสรีกุล เรื่อง การให้ความหมายปลาแซลมอนของคนไทย นัยยะต่อการสื่อสารการตลาด
  • นิภาพร บุญล้อม เรื่อง ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการสร้างแบรนด์มะม่วงดองวรพร

          ทั้งนี้หัวข้อวิจัยเหล่านี้เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้น เพื่อนำไปพัฒนาให้มีเหมาะสมมากยิ่งขึ้นต่อไป

 

          อนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่นักศึกษาที่ได้พัฒนาหัวข้อการวิจัย อาจารย์ผู้เข้าร่วมค่ายหลายท่าน ได้แลกเปลี่ยนมุมมองแนวคิดเกี่ยวกับการวิจัยด้านแบรนด์และสื่อใหม่กับนักศึกษา ตลอดจนแลกเปลี่ยนกันเองด้วย อาจารย์บางท่าน เช่น ดร.โสภาคฯกับรศ.ดร.สุทธนูฯได้แลกเปลี่ยนความรู้ด้านสถิติขั้นสูงกันในช่วงระหว่างรัปประทานอาหาร หรืออาจารย์บางท่าน เช่น ผศ.รัตนาฯ ได้นำประเด็นจากงานวิจัยของตนเองมาปรึกษากับรศ.ดร.สุทธนูฯ ในขณะที่อาจารย์หลายๆท่าน เช่น อาจารย์ทรงพรฯ ได้พูดถึงงานนี้ว่า เป็นประโยชน์ต่อตัวอาจารย์จริงๆ อาจารย์ได้มีความรู้เรื่องสื่อใหม่เพิ่มเติมจากการฟังการระดมสมอง เป็นต้น

ปิดงาน

ภาพที่ 5 คณาจารย์และนักศึกษา MC18 ถ่ายภาพร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึก ปิดโครงการอบรม

เชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study)

และวิทยานิพนธ์ (Thesis) หลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาด รุ่น 18

 

**********************

          ทีม KM หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการค่ายวิจัยและการสรุปความรู้ด้านการวิจัยสื่อใหม่และแบรนด์ จากโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study) และวิทยานิพนธ์ (Thesis) หลักสูตรนิเทศศาสตร์การตลาด รุ่น 18 และ Research Lunch Talk ตอนที่ 2-3 ประจำปีการศึกษา 2558 จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านไม่มากก็น้อย 

ภาพที่ 6 ทีมคณาจารย์ผู้จัดงาน

          ขอบคุณมากสำหรับการติดตามค่ะ….  พบกับตอนต่อไป ในปีการศึกษาหน้า JJJ

          ท้ายสุดและสำคัญทีสุดค่ะ!!! ทุกท่านอย่าลืมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน ในช่อง Comment ใต้บทความนี้ด้วยนะคะ….  ขอบคุณอีกครั้ง…………..JJJ

 

ทิศทาง/แนวโน้มการวิจัยการสื่อสารการตลาดในยุคดิจิทัล วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2559 เวลา 11.00-13.00 น. ณ ห้องประชุมอาคาร 9 ชั้น 3

Standard

เรียบเรียงข้อมูลโดย อ.ดร.นภารัตน์ พฤกษ์สุราลัย

เลขานุการ คณะกรรมการจัดการความรู้ (KM) คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

1

ภาพที่ 1 คณาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ 

(ซ้ายไปขวา) อ.กนกกาญจน์ บัญชาบุษบง รศ.ดร.ไพโรจน์ วิไลนุช อ.ดร.เบญจพร วุฒิพันธ์ อ.จันทร์ฉาย วิชญ์วโรทัย อ.ดร.สุทธนิภา ศรีไสย์ ผศ.ศุภนิตย์ วงศ์ทางสวัสดิ์ อ.ดร.จิรา กฤตยพงษ์ อ.ดร.นภารัตน์ พฤกษ์สุราลัย และคุณศันสนีย์ วงศ์วสุเศรษฐ์

กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะกับนานาสาระที่คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งมุ่งหวังให้คณาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ของเรา สามารถนำความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสื่อใหม่และแบรนด์ ไปพัฒนาต่อยอดกับงานสอนและงานวิจัยในอนาคต….J

ในตอนนี้เป็นความรู้ที่ได้มาจาก Research Lunch Talk ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2558 จัดโดยศูนย์ศึกษาสื่อและการสื่อสารอาเซียน (ASEAN Mass Communication Studies and Research Center/ AMSAR) ในครั้งนี้ AMSAR ได้รับเกียรติจากคุณศันสนีย์ วงศ์วสุเศรษฐ์ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าในหลักสูตรปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ ศิษย์ปัจจุบันในหลักสูตรปริญญาโทนิเทศศาสตร์การตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยของเรา และเป็น Senior Social Media Manager ของบริษัท Mlnteraction Co., Ltd. (บริษัทเอเจนซี่โฆษณาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศไทย) มาเป็นวิทยากรและแลกเปลี่ยนความรู้กับคณาจารย์คณะนิเทศศาสตร์

คุณศันสนีย์ ได้อธิบายถึงลักษณะงานในตำแหน่ง Senior Social Media Manager ที่ตนได้ทำงานอยู่ว่า มีงานที่ดูแลรับผิดชอบหลัก ๆ คือ การทำงานในส่วนของ Social Media ต่าง ๆ ได้แก่ Facebook, Twitter, Instagram ฯลฯ งานก็มีอยู่หลากหลาย อย่างหนึ่งที่ทำ คือ Seeding เป็นต้น ทั้งนี้คณาจารย์ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ให้ความสนใจในเรื่องของการทำ Seeding และขอให้คุณศันสนีย์ให้แบ่งปันความรู้และให้ข้อเสนอแนะที่สามารถนำมาต่อยอดทำวิจัยเพื่อช่วยเติมเต็มความต้องการทั้งทางด้านวิชาชีพและวิชาการได้

คุณศันสนีย์ เล่าว่า การทำ Seeding คือ การสร้างข้อความหรือบทสนทนาด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการ (ไม่ได้เน้นขายของ) อาจเป็นเรื่องของการรีวิวสินค้า ฯลฯ บน Social Media การทำ Seeding ในรูปของกระทู้บนเว็บไซต์ที่มีเว็บบอร์ด เช่น Pantip.com ฯลฯ ปัจจุบัน Seeding ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะทำให้ผู้อ่านได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและช่วยบอกต่อ (Share) ซึ่งจัดเป็นการกระจายเนื้อหาข่าวสารที่รวดเร็วและวงกว้างบนโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตามการทำ Seeding ก็มีข้อเสีย เพราะหากทำโดยไม่มีความเข้าใจในวิธีการทำ seeding ที่ดีพอ ก็อาจจะถูกโจมตีและถูกเอากระทู้ลงไปได้โดยง่าย คุณศันสนีย์บอกต่อว่าการทำ Seeding นั้นต้องมีจรรยาบรรณด้วย กล่าวคือ ต้องเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่สร้างเรื่องหรือแต่งเติมเกินความเป็นจริง ทั้งนี้การทำ Seeding ดี ๆ จะช่วยแบรนด์ในเรื่องของการสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) และมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย (Engagement) ได้ อย่างไรก็ตามการทำ Seeding นั้นอาจไม่ตอบโจทย์ในแง่ของการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการได้โดยตรง (Conversion) จำเป็นจะต้องมีการวางแผนและใช้หลาย ๆ เครื่องมือ หรือมีเครื่องมือสำหรับการปิดการขายประกอบกัน

คุณศันสนีย์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้การสื่อสารการตลาดบนโลกออนไลน์ เอเจนซี่โฆษณายังมีความต้องการข้อมูลด้าน Consumer Insight อย่างมาก จึงเห็นว่าหากสถาบันการศึกษามีผู้เชี่ยวชาญช่วยทำวิจัยเกี่ยวกับ Consumer Insight ก็จะช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค อันเป็นผลทำให้การสื่อสารการตลาดมีประสิทธิผลมากขึ้น ที่ผ่านมาการจะทำ online campaign หรือโฆษณาด้วยวิธีอื่น ๆ บนโลกออนไลน์นั้น บางครั้งเอเจนซี่ก็มีขั้นตอนของการทำ Focus Group เพื่อหา Insight โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Interest ของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายก่อน สำหรับการศึกษาผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายบนเฟซบุ๊ก อาจใช้ข้อมูลจากบริษัทที่พัฒนาระบบวิเคราะห์สถิติบน Facebook เพื่อมาศึกษาวิเคราะห์ย้อนหลัง อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วลูกค้าที่ว่าจ้างให้ทำชิ้นงานโฆษณา มักจะต้องทำการบ้านด้วยการหาข้อมูลเรื่องของ Consumer Behaviour มาให้ ส่วนการวัดความสำเร็จจากการโฆษณาออนไลน์นั้นจะมีวิธีการประเมินสองแบบคือ 1.ระยะยาว 2.ระยะสั้นสำหรับวัดแต่ละ Campaign ไป ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของเจ้าของสินค้าเป็นหลัก สำหรับ Fan Page ก็อาจประเมินด้วยยอด Reach และEngagement(Like Comment Share) เป็นต้น ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลหากจะดู Post ย้อนหลังของแต่ละ Fan Page เพื่อมาทำการวิเคราะห์ลักษณะพฤติกรรมของผู้ติดตามเพจ บริษัทที่พัฒนาระบบวิเคราะห์สถิติบน Facebook เช่น Socialbakers ก็ให้บริการข้อมูลนี้อยู่ในลักษณะซื้ัอเหมาจ่ายหลาย ๆ เพจเพื่อทำการศึกษาเป็นกรณี ๆ ไป โดยหากผู้ทำวิจัยต้องการวิเคราะห์เนื้อหาบน Fan Page ก็สามารถขอซื้อบริการนี้ได้

************************************

ทีม KM หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การสรุปความรู้ด้านการวิจัยสื่อใหม่และแบรนด์ จาก Research Lunch Talk ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2558 จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านไม่มากก็น้อย

ขอบคุณมากสำหรับการติดตามค่ะ….  พบกับตอนต่อไป สกัดความรู้จาก‘ค่ายเจ้าพระยา’ เร็ว ๆ นี้….

ท้ายสุดและสำคัญทีสุดค่ะ!!! ทุกท่านอย่าลืมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน ในช่อง Comment ใต้บทความนี้ด้วยนะคะ….  ขอบคุณอีกครั้ง…………..

 

ม.หอการค้าไทยเผยผลการวิจัย PR ใช้ 9 กลยุทธ์ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์

Standard

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดผลวิจัย นางสาวกัญญารัตน์ อยู่ประเสริฐ    นักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งได้ทำการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึกนักประชาสัมพันธ์ในไทยที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ พบว่า  ปัจจุบันการทำงานประชาสัมพันธ์ต้องมีการปรับตัวด้านการนำเสนอเนื้อหาผ่านเครื่องมือสื่อสารต่าง  ๆ ทั้งที่เป็นสื่อออนไลน์ และสื่อออฟไลน์  โดยนักประชาสัมพันธ์รู้จักปรับสภาพเนื้อหาที่ต้องการจะประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับเครื่องมือต่างทั้งที่เป็นสื่อออนไลน์ และสื่อออฟไลน์  โดยนักประชาสัมพันธ์รู้จักปรับสภาพเนื้อหาที่ต้องการจะประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับเครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บล็อก เฟซบุ๊ก ยูทูบ และเครื่องมือใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น และองค์กรจะต้องนำเสนอเนื้อหาที่ผู้รับสารต้องการ เปิดโอกาสให้ผู้รับสารมีส่วนร่วม มีการกระตุ้นให้เกิดมีการปฏิสัมพันธ์ รวมถึงสามารถสร้างความผูกพันให้เกิดขึ้นจากการใช้สื่อนั้น ๆ เพื่อนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดี

1.กลยุทธ์การผสมผสาน คือการนำสื่อเก่า และสื่อใหม่มาประยุกต์ใช้ด้วยกันเพื่อให้เหมาะกับความสนใจและการใช้สื่อของสื่อแต่ละสาย

2.กลยุทธ์ใส่ใจต่อเหตุการณ์สำคัญ คือ การที่นักประชาสัมพันธ์นำข่าวที่เกี่ยวข้องกับองค์กรมานำเสนอบนสื่อสังคมออนไลน์ในกรณีมีเหตุการณ์สำคัญ แปลก ใหม่ ใหญ่ดัง

3.กลยุทธ์การใช้ผู้มีชื่อเสียง คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์ใช้ผู้มีชื่อเสียงทั้งภายในและภายนอกองค์กรมาสร้างกระแสในสังคมออนไลน์

4.กลยุทธ์การเคลื่อนไหวให้เป็นข่าว คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์สร้างกระแสผ่านสื่อออนไลน์ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการทักทาย ทำกิจกรรมหรือแสดงความคิดผ่านสื่อสังคมออนไลน์

5.กลยุทธ์การสร้างการมีส่วนร่วม คือ กลยุทธิ์ที่นักประชาสัมพันธ์สร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนด้วยวิธีการนำเสนอประเด็นข่าวที่น่าสนใจในสังคม และส่งผลทางด้านอารมณ์ จนนำมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

6.กลยุทธ์การดึงดูดใจ คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์ ใช้ในการสร้างสัมพันธ์กับสื่อมวลชนโดยเน้นวิธีการดึงดูดด้วยวิธีต่าง ๆ ที่เป็นการให้ประโยชน์ด้านปัจจัย 4 เช่น การให้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น การให้ความรู้สึกคุ้มค่า เพื่อเรียกความสนใจ หรือการให้ความร่วมมือจากสื่อในการทำกิจกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์

7.กลยุทธ์การลำดับความสัมพันธ์ คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์เรียงลำดับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสื่อมวลชน หรือแบ่งระดับความสนิทสนามระหว่างตนเองกับสื่อมวลชนเพื่อตัดสินใจเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ

8.กลยุทธ์การสร้างความเป็นส่วนตัว คือกลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์ให้ความเป็นส่วนตัวกับสื่อมวลชนในการติดต่อสื่อสาร โดยคำนึงถึงสื่อแต่ละสื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่องานของตนเองมากที่สุด โดยที่ยังรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกันไว้

9.กลยุทธ์การเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์แบบเฉพาะเจาะจง คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์เจาะจงเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้ง 4 ตัว คือ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และไลน์ จำแนกตามวัตถุประสงค์ที่ใช้ในงานสื่อสารมวลชนสัมพันธ์

นางสาวกัญญารัตน์ กล่าวว่า “จากผลการวิจัย พบว่า นักประชาสัมพันธ์มีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการนําสื่อสังคมออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในงานประชาสัมพันธ์ โดยส่วนใหญ่เห็นว่า แม้ว่าสื่อใหม่จะไม่มีบทบาทมากเท่าสื่อดั้งเดิมอย่างสื่อวิทยุโทรทัศน์หรือสิ่งพิมพ์ แต่ก็เป็นสื่อที่ขาดไม่ได้”

ทั้งนี้ ดร.สุทธนิภา ศรีไสย์  อาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัยชิ้นนี้ กล่าวว่า “เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว เคยทำวิจัยในเรื่องใกล้เคียงกัน แต่ผลการวิจัยครั้งนั้นพบว่า นักประชาสัมพันธ์ไม่ค่อยได้ใช้สื่อออนไลน์และไม่ค่อยได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับออนไลน์ และไม่พบกลยุทธ์ที่ซับซ้อนใดๆในงานประชาสัมพันธ์ แต่ปัจจุบันนักประชาสัมพันธ์เก่งขึ้น แวดวงอาชีพประชาสัมพันธ์มีสีสันมากขึ้น มีการแข่งขันกันสูงขึ้น ทำให้เกิดกลยุทธ์ในการใช้สื่อใหม่อย่างหลากหลาย”

ดร. สุทธนิภา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนักประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศได้ให้ความสำคัญกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์กับสื่อมวลชนกันอย่าง แพร่หลาย โดยนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการทำการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร รวมถึงประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการขององค์กร ซึ่งมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักประชาสัมพันธ์ไทย ที่มีการทำประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างสัมพันธ์กับสื่อมวลชน เพื่อประชาสัมพันธ์ตราสินค้า สร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร และสร้างความประทับใจให้กับสื่อมวลชนในระยะยาว

“ถ้าเราสามารถใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้เต็มศักยภาพของมัน เราจะเห็นว่า มันมีประโยชน์ต่องานประชาสัมพันธ์มหาศาล ไม่เฉพาะงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ อาทิ ใครใช้เฟซบุ๊กเป็น เรียกได้ว่า เราแทบจะรู้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเป้าหมาย ใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายได้เลย เราจะรู้ว่าเขาชอบทำอะไร ไม่ชอบทำอะไร รู้ว่าชอบไปไหน เช็คอินที่ไหนบ้าง ไม่ชอบอะไร ข้อมูลพวกนี้สามารถใช้ในการวางแผนประชาสัมพันธ์หรือใช้ในการจัดงานเก๋ๆของประชาสัมพันธ์ได้เลย นอกจากนี้ยังใช้ในการประเมินผลงานประชาสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย เห็นได้ทันทีว่าเขาชอบหรือไม่ชอบงานของเราจากการกดไลค์และแชร์” ดร. สุทธนิภา กล่าวทิ้งท้าย

อ่านได้ที่ : – See more at: http://www.newsplus.co.th/93128#sthash.YbXgOWVL.KvPdB9iy.dpuf

รายชื่อสิ่งพิมพ์ใหม่ เข้าห้องสมุดคณะนิเทศศาสตร์ (อัพเดท มกราคม 2559)

Standard
Posted by Naparat

 

• Art Square Magazine ฉบับ July 2015 Volume 05 No.24 (นิตยสาร)
• Art Square Magazine ฉบับ September 2015 Volume 05 No.25 (นิตยสาร)
• สุพรรณ บูรณะพิมพ์: ราชินีแห่งศิลปิน โครงการวิจัยนักสื่อสารมวลชนสตรีผู้บุกเบิกและโครงการสื่อสันติภาพ กรุงเทพ: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2551  (หนังสือ)
• รวมบทคัดย่องานวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงวัย ปี 2553-2557 เวทีวิจัยจุฬาฯพัฒนาสังคม ครั้งที่ 3 “สังคมพัฒนาต้องพึ่งพาผู้สูงวัย” (หนังสือรวมบทคัดย่องานวิจัย)
• Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) กค.2015 ปีที่ 11 ฉบับที่ 6 (นิตยสาร)
• Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) พย.2015 ปีที่ 11 ฉบับที่ 10 (นิตยสาร)
• Thailand Economic & Business Review (นิตยสารเศรษฐกิจและธุรกิจรายเดือน มกค.) ธค.2015 ปีที่ 11 ฉบับที่ 11 (นิตยสาร)
• จดหมายข่าว วช. (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ) ประจำเดือน มิย.-กค.2558 ปีที่ 10 ฉบับที่ 59 (จดหมายข่าว)
• จดหมายข่าว วช. (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ) ประจำเดือน ตค.-พย. 2558 ปีที่ 10 ฉบับที่ 61 (จดหมายข่าว)
• กฎหมายสื่อสารมวลชน: การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลและชื่อเสียง เกียรติคุณ (สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร) (หนังสือ)
• รายงานประจำปี 2558 สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย (สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย) (รายงานประจำปี)

**************

ออฟเซิร์ฟ…อุ๊ปส์เซิร์ฟ…ประมูล 4G โต้รุ่ง เฉียด 30 ชั่วโมง

Standard

ออฟเซิร์ฟโดย ผศ.ศุภนิตย์ วงศ์ทางสวัสดิ์

           048A2580

เห็นกำหนดการประมูล 4 G ของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อพุธที่ผ่านมา (11 พ.ย.58)  ระบุว่าเริ่มเคาะกันรอบแรกตอน 10.00น.  เลยอยากแวะไปสังเกตการณ์ร่วมประวัติศาสตร์ในสถานที่จริงสักหน่อย  หลังติดต่อเพื่อนนักข่าวได้ว่า  ลงทะเบียนเข้างานได้  งั้นโผล่ไปสักหน่อยละกัน…

ยังไม่ทันจะก้าวเข้าตึก  ก็ต้องตะลึงกับกองทัพนักข่าวที่ล้นห้องออกมาภายนอก  ทั้งหนังสือพิมพ์  ทีวี  วิทยุ  สำนักข่าว  สื่อออนไลน์ต่างๆ  หลายสื่อที่เกิดใหม่เพราะมีทีวีดิจิทัลนี่แหละ  ได้เดินสวนกับศิษย์เก่าที่มาเป็นเหยี่ยวข่าวอยู่ 4 คน  ทุกคนดูเป็นผู้ใหญ่  เอางานเอาการ  คงด้วยหน้าที่การงานความรับผิดชอบที่ทำให้มีการปรับตัว  บางคนได้รายงานสดแต่งหน้าซะเปรี้ยวจี๊ดๆ

การประมูลแต่ละรอบจะมีการประมวลผลขึ้นจอสดๆทุกๆ 20นาที  สื่อหลายค่ายจึงส่งนักข่าวมาเกาะติดสถานการณ์มากกว่า 1 คน  เพราะมีสื่อในมือมากกว่าหนึ่งอย่าง  จึงต้องทั้งเขียนข่าวส่งโรงพิมพ์เพื่อปิดหน้า  รีไรท์ขึ้นเว็บ  ทวิตข่าว  ถ่ายทอดสดบ้าง  เพื่อให้ทันสถานการณ์

คุยกับเพื่อนนักข่าวได้ความว่า  ทุกรอบการเคาะประมูลจะต้องทวีตข่าวผ่านทวิตเตอร์เพื่ออัพเดทสดๆ  และเขียนสรุปความคืบหน้าขึ้นเว็บไซต์เป็นช่วงๆ  นอกจากนี้  ในส่วนที่ต้องส่งโรงพิมพ์ปิดหน้าก็จะต้องส่งข่าวให้ทันรอบดึกที่สุดคือ ตี 1 สำหรับขึ้นแท่นให้ทันวางขายกรอบกทม.  ก็จะต้องเขียนโครงข่าวเตรียมรอไว้ก่อนเพื่อใส่ตัวเลขที่สรุปแล้วอีกครั้ง

ช่วงเย็นวันนั้น  วงใน(ไม่รู้วงไหน  ฮ่าๆๆ) บอกว่า  ถ้าจน 21.00 น.ยังไม่ยุติอาจจะต้องยาวต่อจน 24.00น.  แต่และแล้ว…จนเลยเที่ยงคืนไปแล้วก็ยังไม่มีวี่แววจะจบ  วงใน(ไม่รู้วงไหน(อีกแล้ว)  ฮ่าๆๆ ปวดใจ) แจ้งว่า  ยิงยาวครับ  ไม่ชนะไม่เลิก  นักข่าวในห้องส่งเสียงดังฮือฮาอยู่พักสั้นๆเพราะข่าวที่เขียนเตรียมไว้ต้องเปลี่ยนหัวใหม่เพื่อส่งโรงพิมพ์

IMG_8260

ยิ่งเริ่มดึก  ยิ่งมีให้ลุ้นทุก 20 นาที  มีการส่งเสียงเชียร์ช่วยกันนับถอยหลังตามวินาทีที่จะครบเวลา  5  4  3  2  1  จากจอรอบห้องราวกับลุ้นหวยเลขท้ายรายงวด  เดาเอาเองว่า  คงไม่ใช่แค่หวังให้รัฐได้รายได้มากๆจากการประมูลอย่างเดียวหรอก  แต่รวมไปถึงการช่วยภาวนาให้เคาะๆกันให้จบสักที  เสียงเฮๆๆ โห่วววววๆๆๆ จึงดังมาเป็นระยะ….

1447330279210

สิ้นเสียงลุ้นเมื่อเห็นตัวเลขแล้วว่ายังต้อง “ไปต่อ”  นักข่าวทุกค่ายก็หันกลับเข้าประจำการรบในองศาพิกัดเดิมต่อ  บ้างก็ก้มหน้าก้มตารีบพิมพ์ข่าว  บ้างก็รีบโทรส่งข้อมูล  ซึ่งในขั้นตอนนี้ทั้งกดดันที่แข่งกับเวลา  อีกทั้งยังต้องตรวจสอบตัวเลขและข้อมูลจากจอให้ถูกถ้วน  อันเป็นหัวใจการทำงานที่ต้องมาพร้อมความสดใหม่ของข่าวอีกด้วย  เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าจนโต้รุ่ง  สว่างคาตา…

มองไปรอบๆ ในยามใกล้รุ่งอรุณของเช้าวันใหม่  เพื่อนพี่น้องนักข่าวร่วมห้องที่ประจำการมาต่อเนื่องเกือบน็อกรอบ 24  ชม. เริ่มส่งผลให้สภาพร่างแสนโทรมและสมองเบลอ  บ้างก็เอนกายพิงฝา  บ้างก็ลงงีบกับเก้าอี้ที่นั่งพิมพ์ข่าวอยู่เมื่อกี้  บ้างก็ลงนอนเหยียดยาวกับพื้นพรมด้านล่าง  บ้างก็หลบเอนหลังซุกข้างเวที  เพื่อรอสแตนบายรายงานตัวเลขในรอบอีก 20 นาทีถัดไปด้วยภาระความรับผิดชอบ

IMG_8273

ที่หน้าตึกตอน 06.00น.  เด็กส่งหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าขี่มอเตอร์ไซต์มาร่อนสิ่งพิมพ์ที่เราเพิ่งเห็นต้นฉบับสดๆเมื่อกี้ที่ส่งกันตอนตี 1  ห๊า!  นี่มันกลายเป็นฉบับที่จับต้องได้แล้วหรือนี่!!

การเคาะข้ามวันข้ามคืนมาสิ้นสุดเอาเมื่อ 19.05น.ของวันพฤหัสฯ (12 พ.ย. 58)  รวมเวลาเกือบ 30 ชั่วโมง  หลังสิ้นสุดการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการของกสทช.  ไม่เกิน 45นาที  ทุกค่ายเคลียร์ร่างรีบกลับกัน  ห้องว่างโล่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ทุกคนคงถวิลที่นอน  หมอน  มุ้งกันสุดใจ…

เรามาถึงจุดนี้กันได้ยังไง… หยิบกำหนดการขึ้นมาดูอีกครั้ง… อ้อ…เราลืมสังเกตไปสินะว่า  เค้าหมายเหตุเอาไว้แล้วในตอนท้ายว่า  กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม…….คร่อกกก…Zzzz

IMG_8316

เก็บตก สาระความรู้ จากงานสังสรรค์ทางวิชาการ (KM) ‘50 ปีนิเทศศาสตร์ ทบทวนทิศทาง ภาษาเพื่อการสื่อสาร สู่ความท้าทายใหม่ในวัฒนธรรมดิจิทัล’ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Standard

เรียบเรียงโดย ดร.นภารัตน์ พฤกษ์สุราลัย คณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย

กลับมาพบกันอีกครั้งแล้วนะคะ สำหรับสาระความรู้และเหตุการณ์ในแวดวงวิชาการนิเทศศาสตร์ ที่ทีมงานการจัดการความรู้ (KM) ได้ติดตาม รวบรวม และเรียบเรียงเรื่องราวเพื่อนำมาแบ่งปันให้กับคณาจารย์และผู้ที่สนใจเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเช่นเคยค่ะ

 IMG_3864

สืบเนื่องจากอาจารย์ทรงพร ศรีช่วยและคณะฯ (รวมทั้งตัวผู้เขียน) ซึ่งสอนวิชาเกี่ยวกับภาษาเพื่อการสื่อสาร เช่น พัฒนาทักษะการอ่าน พัฒนาทักษะการเขียน หลักการสื่อข่าวและเขียนข่าว ฯลฯ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการสังสรรค์ทางวิชาการ เรื่อง ‘50 ปีนิเทศศาสตร์ ทบทวนทิศทาง ภาษาเพื่อการสื่อสาร สู่ความท้าทายใหม่ในวัฒนธรรมดิจิทัล’ เมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา (จัดโดยภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง ณ ศูนย์ประชุมชั้น 11 อาคารสมมติวงศ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ภายในงานมีบุคลากรจากแวดวงวิชาการและวิชาชีพสื่อสารมวลชน มาแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกันอย่างน่าสนใจ อาทิ รศ.ดร.สวนิต ยมาภัย (ผู้วางรากฐานการศึกษาวิชาภาษาเพื่อการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ) คุณนิรมล เมธีสุวกุล (นักสร้างสรรค์-พิธีกร ป่าใหญ่ครีเอชั่น) คุณปริญญา ผดุงถิ่น (ผู้ช่วยบรรณาธิการ M2F) คุณอมราพร แผ่นดินทอง (คนหนังสือ-นักเขียนบทซุปเปอร์จิ๋วและGTH) เป็นต้น

IMG_3865

ช่วงที่1 รองศาสตราจารย์ ดร.สวนิต ยมาภัย ได้แสดงปาฐกถานำเรื่อง ‘50ปีนิเทศศาสตร์กับการศึกษา ภาษาเพื่อการสื่อสาร’ ท่านได้ยกเอาประโยคเด็ดที่ I.A. Richards ซึ่งเป็นนักปรัชญาด้านภาษาศาสตร์ชาวอังกฤษได้กล่าวไว้ มาชี้ให้เห็นถึงองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการสื่อสาร ประโยคที่ว่านี้คือ ‘When men communicate, misunderstanding is the rule, understanding is just the happy accident’ หมายความว่า เมื่อมนุษย์มีการสื่อสารกัน ความไม่เข้าใจกันนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนความเข้าใจกันกลายเป็นเพียงเรื่องของความบังเอิญ ทั้งนี้ท่านกล่าวย้ำว่า นั่นเพราะการสื่อสารของมนุษย์มักมีสิ่งสกัดกั้น (Barrier) อยู่ตลอดเวลา ท่านได้ยกตัวอย่างสิ่งสกัดกั้นและขอให้ผู้ร่วมสัมมนาช่วยกันตัวอย่าง ซึ่งคณาจารย์ได้ช่วยกันคิดออกมาได้ร่วมร้อยคำที่นำว่าเป็นอุปสรรคของการสื่อสาร ได้แก่ อุดอู้ ออดแอด อิดออด ออดอ้อน อบอ้าว อืดอาด กรุ้มกริ่ม รำคาญ กร๊องแกร๊ง เอะอะ เกรี้ยวกราด ก๋ากั่น เก้งก้าง กุกกัก กลบเกลื่อน กลับกลอก กลั่นแกล้ง ขมขื่น ขุดคุ้ย ขบขัน แทะโลม ขัดข้อง แข็งข้อ คับแค้น คุกคาม คลั่งไคล้ คดเคี้ยว ค่อนขอด คร่ำเคร่ง หิวโหย อคติ เศร้าศร้อย ฯลฯ การสื่อสารที่ประสบความสำเร็จ และการสอนในเรื่องภาษาเพื่อการสื่อสาร จึงต้องพิจารณาถึงอุปสรรคของการสื่อสารเหล่านี้ให้จงมาก

—————————–

IMG_3871

ช่วงที่ 2 คุณนิรมล เมธีสุวกุล คุณปริญญา ผดุงถิ่น และคุณอมราพร แผ่นดิน ได้ร่วมกันอภิปรายในหัวข้อเรื่อง ‘ภาษาเพื่อการสื่อสารในเส้นทางวิชาชีพนิเทศศาสตร์’ ดำเนินการอภิปรายโดย รศ.ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ (หัวหน้าภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ) ผู้เขียนขอสรุปแนวความคิดสำคัญที่ได้จากผู้ร่วมอภิปรายในช่วงนี้ ดังนี้

  • เมื่อ What หรือความรู้เดิมที่จะใช้ในการเขียนบทภาพยนตร์หมดลง ขอเสนอแนะให้ผู้เขียนต้องหา Input ใหม่ ๆ ด้วยการลงพื้นที่ทำงาน เช่น ตนเคยทำงานนิตยสารรักลูก ความรู้จากการทำงานครั้งนั้นเป็นต้นทุนสำหรับเขียนบทภาพยนตร์เรื่องแฟนฉัน นี่คือวิธีการหนึ่ง คือ การเอาความรู้จากประสบการณ์จริงมาช่วยในการเขียนบทภาพยนตร์ ………(คุณอมราพร)
  • การสื่อสารกับทีมงานถึงระบบคุณค่าขององค์กรเพื่อสืบทอดงานและเพื่อผลสำเร็จของงานแต่ละชิ้น และการสื่อสารกับสาธารณชนอย่างเหมาะสม คือ ความจำเป็นหลัก 2 ประการที่จะช่วยทำให้การทำงานขององค์กรสื่อบรรลุเป้าหมาย……….(คุณนิรมล)
  • แรงบันดาลใจหลาย ๆ อย่างก็ได้มาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนในมหาวิทยาลัย แต่เมล็ดพันธุ์แต่ละเมล็ดได้บ่มเพาะและมาเติบโตเมื่อกาละและเทศะอำนวย ดังนั้นสิ่งที่ครูสอนย่อมมีผลต่อนักศึกษาไม่วันใดก็วันหนึ่ง……….(คุณนิรมล)
  • ภาษาข่าวในหนังสือพิมพ์ M2F ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์แจกฟรีจันทร์ถึงศุกร์ของเครือโพสต์ฯ มีนโยบายจากผู้บริหารกำหนดอยู่แล้วว่า ภาษาต้องสั้น กระชับ มีสีสัน แต่ไม่เล่นข่าวการเมือง (เฉพาะข่าวใหญ่เท่านั้นจึงจะนำเสนอ) ไม่ใช้ภาพศพเป็นภาพประกอบ ไม่ลงข่าวเกี่ยวกับลูกฆ่าพ่อแม่.ฯลฯ นโยบายของสื่อก็มีความสำคัญต่อทิศทางการใช้ภาษา……. (คุณปริญญา)
  • คนเขียนบท ถ้าจบด้านเขียนบท ภาษาก็จะใช้ได้ แต่ถ้ามาจากสาขาวิชาอื่น แม้ว่านิเทศศาสตร์เหมือนกัน ก็ย่อมต้องอาศัยการเรียนรู้และประสบการณ์เพิ่มเติม ที่ผ่านมามักจะพบปัญหานักศึกษาจบใหม่สรุปความคิดตัวเองไม่ได้ เลยเขียนไม่ได้………(คุณอมราพร)
  • นักศึกษาจบใหม่ เรามักพบปัญหาเขียนเวิ่นเว้อ ตนแก้ไขปัญหานี้โดยการพาเขาลงพื้นที่ พูดคุยกับคน จะช่วยตะล่อมความคิด ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้นและจะเขียนดีขึ้น……….(คุณนิรมล)
  • ให้อ่านงานตัวเองซ้ำเพื่อลดปัญหาการสะกดผิด การสะกดผิดแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้ credit ของผู้เขียนลดลงไปเยอะ บางทีก็ใช้ภาษาผิด channel เอาภาษาวิทยุโทรทัศน์มาใช้ในการเขียนบทความนิตยสาร เช่น สักครู่เรามาติดตาม ฯลฯ ก็ถือว่าใช้ภาษาไม่เหมาะสม….(คุณอมราพร)
  • เวลาพบปัญหานักศึกษาจบใหม่จับประเด็นไม่เป็น ตนจะไม่ว้ากเด็ก ต้องไม่เร่งรัดจนเกินไป สอนเขาไปนาน ๆ เข้า เขาจะเข้าใจเอง……….(คุณปริญญา)
  • เราต้องการคนใช้ภาษาดี แต่ไม่ใช่เขาจะต้องเขียนอิงตามราชบัณฑิตยสถาน เราไม่ได้ต้องการคนใช้ภาษาเรียบร้อย แต่เราต้องการคนที่มีหัว creative ทางภาษา ใช้ภาษาสนุก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานเขียนด้วย เช่น ภาพยนตร์วัยรุ่น คนเขียนบทก็ต้องรู้จักใช้คำให้เหมาะกับกลุ่มคน ฯลฯ ……….(คุณอมราพร)

สื่อควรเป็นผู้นำทางภาษา หรือเป็นเครื่องมือสะท้อนความจริงของภาษา?

  • สื่อเป็นผู้ตาม แต่เราควรดูแลเรื่องเกรียน ดราม่า และการสะกด ……….(คุณปริญญา)
  • เราจะ conservative นิด ๆ นั่นคือ เราต้องเป็นที่พึ่งทางความคิด/ภาษา ให้กับคนได้ แต่เราก็มีกุ๊กกิ๊กใช้ภาษาแสลงวัยรุ่นบ้าง แต่แสลงนั้นต้องเป็นคำหรือประโยคที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และคนดูต้องแยกแยะได้ว่าอะไรคือภาษาที่ถูกต้อง ……….(คุณนิรมล)
  • บทภาพยนตร์ต้องสะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ ตัวละครคือแบบจำลองของบุคคลธรรมดาในโลกแห่งความเป็นจริง ใช้ศัพท์ให้เหมาะกับกลุ่มคน เช่น ถ้าเราใช้คำว่า วิตกกังวลในบทพูด สู้ใช้คำว่านอยด์ แล้วมันสะท้อนว่าในชีวิตจริงเขาพูดกัน ย่อมมีความเหมาะสมกว่า หรือการใช้คำว่า กูมึง ถ้าอยู่ในปริบทที่คุยกันระหว่างเพื่อนสองคน ถือว่าโอเค แต่ถ้าพูดข้ามหัวผู้ใหญ่ในหนัง ก็ย่อมไม่เหมาะสม……….(คุณอมราพร)

————————–

IMG_3866

ช่วงที่ 3 รศ.ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ และคณาจารย์จากสถาบันต่าง ๆ นั่งโต๊ะล้อมวงพูดคุยกันในประเด็น “การเรียนการสอนหมวดวิชาภาษาเพื่อการสื่อสาร: ทบทวนทิศทางสู่ความท้าทายใหม่ในวัฒนธรรมดิจิทัล” ผู้เขียนขอสรุปแนวความคิดสำคัญที่ได้จากผู้ร่วมอภิปรายในช่วงนี้ ดังนี้

  • ศัพท์ข่าว ‘ขุมทรัพย์โกโบริ’ และ ‘บิ๊กขี้หลี’ ถือว่าเป็นการใช้ภาษาข่าวที่สร้างสรรค์ มีสีสัน และไม่ทำร้ายใคร ถือเป็นตัวอย่างของการคิดคำที่มีสีสันในภาษาข่าว
  • คณาจารย์ควรมีหน้าที่แนะนำและเปิดโลกการอ่านให้เด็กด้วย คัดเลือกงานดี ๆ ให้เด็กอ่าน เพราะถ้าไม่บังคับเด็กก็จะไม่ได้อ่าน มัวแต่ไปอ่านเฟสอ่านไลน์แค่นั้น
  • ต้นทุนของนิสิตมาไม่เท่ากัน ต้องมีความยืดหยุ่นทั้งผู้สอนและผู้เรียน
  • ผิดถูกเด็กจะไม่ชอบ ก็ต้องพยายามใช้การอธิบายให้มากขึ้น
  • เด็กพูดเยอะขึ้น จะแย้งครูมากขึ้น เราต้องฟังเด็กโดยไม่ตัดสิน ฟังอย่างเต็มที่
  • ภาษาเพื่อการสื่อสารหมายรวมถึง การจับประเด็นเป็น การใช้ภาษาหลากหลาย และการใช้ภาษาอย่างมีสุนทรีย์
  • อาจเลือกใช้สื่อใกล้ตัวเด็กนักศึกษาเช่น ให้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปทำงานส่งอาจารย์ แล้วเราตรวจจากคลิปร่วมด้วย ฯลฯ

ท้ายนี้ทีมงาน KM หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้ที่ได้จากการสังสรรค์ทางวิชาการครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อคณาจารย์ ในการนำไปขบคิดและปรับใช้ หากมีข้อเสนอแนะหรือต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สามารถพิมพ์ข้อความลงที่ช่อง Comment ด้านล่างนะคะ

 

จนกว่าจะพบกันใหม่ ขอบคุณที่ติดตามค่า…………….นภารัตน์ …….