Category Archives: มุมวิจัยคนไฮไฟ

ทิศทาง/แนวโน้มการวิจัยการสื่อสารการตลาดในยุคดิจิทัล วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2559 เวลา 11.00-13.00 น. ณ ห้องประชุมอาคาร 9 ชั้น 3

Standard

เรียบเรียงข้อมูลโดย อ.ดร.นภารัตน์ พฤกษ์สุราลัย

เลขานุการ คณะกรรมการจัดการความรู้ (KM) คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

1

ภาพที่ 1 คณาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ 

(ซ้ายไปขวา) อ.กนกกาญจน์ บัญชาบุษบง รศ.ดร.ไพโรจน์ วิไลนุช อ.ดร.เบญจพร วุฒิพันธ์ อ.จันทร์ฉาย วิชญ์วโรทัย อ.ดร.สุทธนิภา ศรีไสย์ ผศ.ศุภนิตย์ วงศ์ทางสวัสดิ์ อ.ดร.จิรา กฤตยพงษ์ อ.ดร.นภารัตน์ พฤกษ์สุราลัย และคุณศันสนีย์ วงศ์วสุเศรษฐ์

กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะกับนานาสาระที่คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งมุ่งหวังให้คณาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ของเรา สามารถนำความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสื่อใหม่และแบรนด์ ไปพัฒนาต่อยอดกับงานสอนและงานวิจัยในอนาคต….J

ในตอนนี้เป็นความรู้ที่ได้มาจาก Research Lunch Talk ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2558 จัดโดยศูนย์ศึกษาสื่อและการสื่อสารอาเซียน (ASEAN Mass Communication Studies and Research Center/ AMSAR) ในครั้งนี้ AMSAR ได้รับเกียรติจากคุณศันสนีย์ วงศ์วสุเศรษฐ์ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าในหลักสูตรปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ ศิษย์ปัจจุบันในหลักสูตรปริญญาโทนิเทศศาสตร์การตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยของเรา และเป็น Senior Social Media Manager ของบริษัท Mlnteraction Co., Ltd. (บริษัทเอเจนซี่โฆษณาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศไทย) มาเป็นวิทยากรและแลกเปลี่ยนความรู้กับคณาจารย์คณะนิเทศศาสตร์

คุณศันสนีย์ ได้อธิบายถึงลักษณะงานในตำแหน่ง Senior Social Media Manager ที่ตนได้ทำงานอยู่ว่า มีงานที่ดูแลรับผิดชอบหลัก ๆ คือ การทำงานในส่วนของ Social Media ต่าง ๆ ได้แก่ Facebook, Twitter, Instagram ฯลฯ งานก็มีอยู่หลากหลาย อย่างหนึ่งที่ทำ คือ Seeding เป็นต้น ทั้งนี้คณาจารย์ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ให้ความสนใจในเรื่องของการทำ Seeding และขอให้คุณศันสนีย์ให้แบ่งปันความรู้และให้ข้อเสนอแนะที่สามารถนำมาต่อยอดทำวิจัยเพื่อช่วยเติมเต็มความต้องการทั้งทางด้านวิชาชีพและวิชาการได้

คุณศันสนีย์ เล่าว่า การทำ Seeding คือ การสร้างข้อความหรือบทสนทนาด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการ (ไม่ได้เน้นขายของ) อาจเป็นเรื่องของการรีวิวสินค้า ฯลฯ บน Social Media การทำ Seeding ในรูปของกระทู้บนเว็บไซต์ที่มีเว็บบอร์ด เช่น Pantip.com ฯลฯ ปัจจุบัน Seeding ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะทำให้ผู้อ่านได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและช่วยบอกต่อ (Share) ซึ่งจัดเป็นการกระจายเนื้อหาข่าวสารที่รวดเร็วและวงกว้างบนโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตามการทำ Seeding ก็มีข้อเสีย เพราะหากทำโดยไม่มีความเข้าใจในวิธีการทำ seeding ที่ดีพอ ก็อาจจะถูกโจมตีและถูกเอากระทู้ลงไปได้โดยง่าย คุณศันสนีย์บอกต่อว่าการทำ Seeding นั้นต้องมีจรรยาบรรณด้วย กล่าวคือ ต้องเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่สร้างเรื่องหรือแต่งเติมเกินความเป็นจริง ทั้งนี้การทำ Seeding ดี ๆ จะช่วยแบรนด์ในเรื่องของการสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) และมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย (Engagement) ได้ อย่างไรก็ตามการทำ Seeding นั้นอาจไม่ตอบโจทย์ในแง่ของการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการได้โดยตรง (Conversion) จำเป็นจะต้องมีการวางแผนและใช้หลาย ๆ เครื่องมือ หรือมีเครื่องมือสำหรับการปิดการขายประกอบกัน

คุณศันสนีย์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้การสื่อสารการตลาดบนโลกออนไลน์ เอเจนซี่โฆษณายังมีความต้องการข้อมูลด้าน Consumer Insight อย่างมาก จึงเห็นว่าหากสถาบันการศึกษามีผู้เชี่ยวชาญช่วยทำวิจัยเกี่ยวกับ Consumer Insight ก็จะช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค อันเป็นผลทำให้การสื่อสารการตลาดมีประสิทธิผลมากขึ้น ที่ผ่านมาการจะทำ online campaign หรือโฆษณาด้วยวิธีอื่น ๆ บนโลกออนไลน์นั้น บางครั้งเอเจนซี่ก็มีขั้นตอนของการทำ Focus Group เพื่อหา Insight โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Interest ของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายก่อน สำหรับการศึกษาผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายบนเฟซบุ๊ก อาจใช้ข้อมูลจากบริษัทที่พัฒนาระบบวิเคราะห์สถิติบน Facebook เพื่อมาศึกษาวิเคราะห์ย้อนหลัง อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วลูกค้าที่ว่าจ้างให้ทำชิ้นงานโฆษณา มักจะต้องทำการบ้านด้วยการหาข้อมูลเรื่องของ Consumer Behaviour มาให้ ส่วนการวัดความสำเร็จจากการโฆษณาออนไลน์นั้นจะมีวิธีการประเมินสองแบบคือ 1.ระยะยาว 2.ระยะสั้นสำหรับวัดแต่ละ Campaign ไป ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของเจ้าของสินค้าเป็นหลัก สำหรับ Fan Page ก็อาจประเมินด้วยยอด Reach และEngagement(Like Comment Share) เป็นต้น ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลหากจะดู Post ย้อนหลังของแต่ละ Fan Page เพื่อมาทำการวิเคราะห์ลักษณะพฤติกรรมของผู้ติดตามเพจ บริษัทที่พัฒนาระบบวิเคราะห์สถิติบน Facebook เช่น Socialbakers ก็ให้บริการข้อมูลนี้อยู่ในลักษณะซื้ัอเหมาจ่ายหลาย ๆ เพจเพื่อทำการศึกษาเป็นกรณี ๆ ไป โดยหากผู้ทำวิจัยต้องการวิเคราะห์เนื้อหาบน Fan Page ก็สามารถขอซื้อบริการนี้ได้

************************************

ทีม KM หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การสรุปความรู้ด้านการวิจัยสื่อใหม่และแบรนด์ จาก Research Lunch Talk ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2558 จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านไม่มากก็น้อย

ขอบคุณมากสำหรับการติดตามค่ะ….  พบกับตอนต่อไป สกัดความรู้จาก‘ค่ายเจ้าพระยา’ เร็ว ๆ นี้….

ท้ายสุดและสำคัญทีสุดค่ะ!!! ทุกท่านอย่าลืมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน ในช่อง Comment ใต้บทความนี้ด้วยนะคะ….  ขอบคุณอีกครั้ง…………..

 

Advertisements

ม.หอการค้าไทยเผยผลการวิจัย PR ใช้ 9 กลยุทธ์ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์

Standard

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดผลวิจัย นางสาวกัญญารัตน์ อยู่ประเสริฐ    นักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์การตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งได้ทำการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึกนักประชาสัมพันธ์ในไทยที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ พบว่า  ปัจจุบันการทำงานประชาสัมพันธ์ต้องมีการปรับตัวด้านการนำเสนอเนื้อหาผ่านเครื่องมือสื่อสารต่าง  ๆ ทั้งที่เป็นสื่อออนไลน์ และสื่อออฟไลน์  โดยนักประชาสัมพันธ์รู้จักปรับสภาพเนื้อหาที่ต้องการจะประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับเครื่องมือต่างทั้งที่เป็นสื่อออนไลน์ และสื่อออฟไลน์  โดยนักประชาสัมพันธ์รู้จักปรับสภาพเนื้อหาที่ต้องการจะประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับเครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บล็อก เฟซบุ๊ก ยูทูบ และเครื่องมือใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น และองค์กรจะต้องนำเสนอเนื้อหาที่ผู้รับสารต้องการ เปิดโอกาสให้ผู้รับสารมีส่วนร่วม มีการกระตุ้นให้เกิดมีการปฏิสัมพันธ์ รวมถึงสามารถสร้างความผูกพันให้เกิดขึ้นจากการใช้สื่อนั้น ๆ เพื่อนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดี

1.กลยุทธ์การผสมผสาน คือการนำสื่อเก่า และสื่อใหม่มาประยุกต์ใช้ด้วยกันเพื่อให้เหมาะกับความสนใจและการใช้สื่อของสื่อแต่ละสาย

2.กลยุทธ์ใส่ใจต่อเหตุการณ์สำคัญ คือ การที่นักประชาสัมพันธ์นำข่าวที่เกี่ยวข้องกับองค์กรมานำเสนอบนสื่อสังคมออนไลน์ในกรณีมีเหตุการณ์สำคัญ แปลก ใหม่ ใหญ่ดัง

3.กลยุทธ์การใช้ผู้มีชื่อเสียง คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์ใช้ผู้มีชื่อเสียงทั้งภายในและภายนอกองค์กรมาสร้างกระแสในสังคมออนไลน์

4.กลยุทธ์การเคลื่อนไหวให้เป็นข่าว คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์สร้างกระแสผ่านสื่อออนไลน์ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการทักทาย ทำกิจกรรมหรือแสดงความคิดผ่านสื่อสังคมออนไลน์

5.กลยุทธ์การสร้างการมีส่วนร่วม คือ กลยุทธิ์ที่นักประชาสัมพันธ์สร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนด้วยวิธีการนำเสนอประเด็นข่าวที่น่าสนใจในสังคม และส่งผลทางด้านอารมณ์ จนนำมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

6.กลยุทธ์การดึงดูดใจ คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์ ใช้ในการสร้างสัมพันธ์กับสื่อมวลชนโดยเน้นวิธีการดึงดูดด้วยวิธีต่าง ๆ ที่เป็นการให้ประโยชน์ด้านปัจจัย 4 เช่น การให้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น การให้ความรู้สึกคุ้มค่า เพื่อเรียกความสนใจ หรือการให้ความร่วมมือจากสื่อในการทำกิจกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์

7.กลยุทธ์การลำดับความสัมพันธ์ คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์เรียงลำดับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสื่อมวลชน หรือแบ่งระดับความสนิทสนามระหว่างตนเองกับสื่อมวลชนเพื่อตัดสินใจเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ

8.กลยุทธ์การสร้างความเป็นส่วนตัว คือกลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์ให้ความเป็นส่วนตัวกับสื่อมวลชนในการติดต่อสื่อสาร โดยคำนึงถึงสื่อแต่ละสื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่องานของตนเองมากที่สุด โดยที่ยังรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกันไว้

9.กลยุทธ์การเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์แบบเฉพาะเจาะจง คือ กลยุทธ์ที่นักประชาสัมพันธ์เจาะจงเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้ง 4 ตัว คือ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และไลน์ จำแนกตามวัตถุประสงค์ที่ใช้ในงานสื่อสารมวลชนสัมพันธ์

นางสาวกัญญารัตน์ กล่าวว่า “จากผลการวิจัย พบว่า นักประชาสัมพันธ์มีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการนําสื่อสังคมออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในงานประชาสัมพันธ์ โดยส่วนใหญ่เห็นว่า แม้ว่าสื่อใหม่จะไม่มีบทบาทมากเท่าสื่อดั้งเดิมอย่างสื่อวิทยุโทรทัศน์หรือสิ่งพิมพ์ แต่ก็เป็นสื่อที่ขาดไม่ได้”

ทั้งนี้ ดร.สุทธนิภา ศรีไสย์  อาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัยชิ้นนี้ กล่าวว่า “เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว เคยทำวิจัยในเรื่องใกล้เคียงกัน แต่ผลการวิจัยครั้งนั้นพบว่า นักประชาสัมพันธ์ไม่ค่อยได้ใช้สื่อออนไลน์และไม่ค่อยได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับออนไลน์ และไม่พบกลยุทธ์ที่ซับซ้อนใดๆในงานประชาสัมพันธ์ แต่ปัจจุบันนักประชาสัมพันธ์เก่งขึ้น แวดวงอาชีพประชาสัมพันธ์มีสีสันมากขึ้น มีการแข่งขันกันสูงขึ้น ทำให้เกิดกลยุทธ์ในการใช้สื่อใหม่อย่างหลากหลาย”

ดร. สุทธนิภา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนักประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศได้ให้ความสำคัญกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์กับสื่อมวลชนกันอย่าง แพร่หลาย โดยนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการทำการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร รวมถึงประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการขององค์กร ซึ่งมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนักประชาสัมพันธ์ไทย ที่มีการทำประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างสัมพันธ์กับสื่อมวลชน เพื่อประชาสัมพันธ์ตราสินค้า สร้างภาพลักษณ์ให้แก่องค์กร และสร้างความประทับใจให้กับสื่อมวลชนในระยะยาว

“ถ้าเราสามารถใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้เต็มศักยภาพของมัน เราจะเห็นว่า มันมีประโยชน์ต่องานประชาสัมพันธ์มหาศาล ไม่เฉพาะงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ อาทิ ใครใช้เฟซบุ๊กเป็น เรียกได้ว่า เราแทบจะรู้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเป้าหมาย ใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายได้เลย เราจะรู้ว่าเขาชอบทำอะไร ไม่ชอบทำอะไร รู้ว่าชอบไปไหน เช็คอินที่ไหนบ้าง ไม่ชอบอะไร ข้อมูลพวกนี้สามารถใช้ในการวางแผนประชาสัมพันธ์หรือใช้ในการจัดงานเก๋ๆของประชาสัมพันธ์ได้เลย นอกจากนี้ยังใช้ในการประเมินผลงานประชาสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย เห็นได้ทันทีว่าเขาชอบหรือไม่ชอบงานของเราจากการกดไลค์และแชร์” ดร. สุทธนิภา กล่าวทิ้งท้าย

อ่านได้ที่ : – See more at: http://www.newsplus.co.th/93128#sthash.YbXgOWVL.KvPdB9iy.dpuf

Highlight มุมวิจัยไฮไฟ: งานสัมมนาเด่นด้าน PR ที่อังกฤษ

Standard

มุมวิจัยไฮไฟงวดนี้ เปิดประเดิมด้วยข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานสัมมนาเด่นด้าน PR: INTERNATIONAL HISTORY OF PUBLIC RELATIONS CONFERENCE งานนี้จัดโดย the Centre for Public Communication Research (CPCR) at The Media School, Bournemouth University ประเทศอังกฤษ และจะจัดขึ้นในวันที่ 11-12 กรกฏาคม 2012 นั่นก็คือปีหน้านั่นเองค่า  ใครสนใจตามคลิกตามไปเลยที่หน้า “มุมวิจัยไฮไฟ” ในเว็บนี้ได้เลยค่ะ แต่ใครอยากไปเที่ยว อยากรู้ที่เที่ยวที่นั่น ติดต่อหัวหน้าสาขา ด๊อกเตอร์สาวสวยสาขาพีอาร์ได้เลยนะคะ อิอิ